บทที่ 5

ทักษะและเทคนิคการสอน

ทักษะ หมายถึง ความสามารถ  ความชำนาญเชี่ยวชาญ ความคล่องแคล่วว่องไว

เทคนิคการสอน หมายถึง กลวิธีต่างๆ ที่ใช้เสริมกระบวนการสอน ขั้นตอนการสอน หรือการกระทำต่างๆ ในการสอนให้มีคุณภาพและประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้น

การแบ่งทักษะการสอน

  1. ทักษะการนำเข้าสู่บทเรียน
  2. ทักษะการใช้วาจากิริยาท่าทางในการสอน
  3. ทักษะการอธิบาย
  4. ทักษะการเร้าความสนใจ
  5. ทักษะการใช้คำถาม
  6. ทักษะการใช้อุปกรณ์การสอน
  7. ทักษะการใช้กระดานดำ
  8. ทักษะการเสริมกำลังใจ
  9. ทักษะการสรุปบทเรียน

ความสำคัญของทักษะการสอน

การฝึกทักษะการสอนนับว่าเป็นสิ่งที่จำเป็นสำหรับผู้มีอาชีพครู ผู้สอนจะต้องมีความสามารถในการถ่ายทอดความรู้ได้อย่างดีแก่ผู้เรียน ตามที่ผู้สอนตั้งจุดมุ่งหมายไว้

  1. เป็นการส่งเสริมผู้ที่จะเป็นครูผู้สอนให้มีทักษะในการสอน
  2. เป็นการส่งเสริมความชำนาญ ความคล่องแคล่ว
  3. ช่วยให้ผู้ฝึกเกิดความมั่นใจในตนเองมากขึ้น
  4. ช่วยไม่ให้เกิดการผิดพลาดในการสอน
  5. ช่วยให้งานสอนบรรลุตามจุดประสงค์ที่ตั้งไว้
  6. ช่วยให้การทำงานมีประสิทธิภาพ
  7. ช่วยทำให้เกิดความชื่นชม ศรัทธาจากผู้เรียน

                                                                    ทักษะการสอนพื้นฐาน

   ทักษะการสอนพื้นฐาน หมายถึง ความสามารถ หรือความชำนาญในการสอน ซึ้งทักษะจะไม่สามารถเกิดขึ้นได้เองถ้าไม่มีการฝึกฝน

ทักษะการนำเข้าสู่บทเรียน

  ทักษะการนำเข้าสู่บทเรียน เป็นขั้นตอนหรือกิจกรรมที่จัดขึ้น เพื่อเริ่มต้นทำการสอน เพื่อดึงดูดความสนใจ ให้ผู้เรียนพร้อมที่จะติดตามบทเรียนต่อไป

จุดมุ่งหมาย

  1. เพื่อให้ผู้เรียนเกิดความพร้อมในการเรียน
  2. เพื่อโยงประสบการณ์เดิมเข้ากับประสบการณ์ใหม่ที่จะสอน
  3. เพื่อจัดบรรยากาศการเรียนให้น่าสนใจ
  4. เพื่อกำหนดขอบเขตของบทเรียน
  5. เพื่อให้ผู้เรียนรู้ความหมายของบทเรียนใหม่

การใช้ทักษะการนำเข้าสู่บทเรียน

  1. ก่อนเริ่มบทเรียนที่จะสอน
  2. ก่อนเริ่มอธิบายและซักถาม
  3. ก่อนจะตั้งคำถาม
  4. ก่อนจะให้นักเรียนอธิบาย
  5. ก่อนจะให้นักเรียนดูวีดิทัศน์
  6. ก่อนจะทำกิจกรรมต่างๆ

เทคนิคการนำเข้าสู่บทเรียน

  1. ใช้อุปกรณ์การสอน
  2. ให้นักเรียนทำกิจกรรมที่สัมพันธ์กับบทเรียน
  3. ใช้เรื่องเล่านิทาน หรือเหตุการณ์ต่างๆ
  4. ตั้งปัญหาเพื่อเร้าความสนใจ
  5. สนทนาซักถามถึงเรื่องต่างๆ
  6. ทบทวนบทเรียนเดิมที่สัมพันธ์กับบทเรียนใหม่
  7. แสดงละคร หรือบทบาทสมมติ
  8. ร้องเพลงซึ่งเป็นเพลงเกี่ยวกับการสอน
  9. สาธิต
  10. ทำสิ่งที่แปลกไปจากเดิม
  11. ให้นักเรียนฟังเสียงต่างๆ เพื่อจะนำเข้าสู่การเรียน

ทักษะการใช้กิริยาวาจา ท่าทางในการสอน

การใช้วาจา กิริยา ท่าทางในการสอน นับว่าเป็นสิ่งสำคัญยิ่งของครู เพราะการที่นักเรียนจะเกิดความพอใจและสนใจที่จะเรียนนั้น บุคลิกภาพของครูเป็นสิ่งสำคัญอย่างหนึ่ง เพราะบุคลิกภาพของครู รวมทั้งความสามารถ ในการสื่อความหมายระหว่างครูกับนักเรียนจะช่วยให้นักเรียนไม่เบื่อหน่าย และสนในต่อการสอนของครู

เทคนิคการใช้วาจา กิริยา ท่าทางประกอบการสอน และบุคลิกภาพ

  1. การเคลื่อนไหวและการเปลี่ยนอิริยาบถ
  2. การใช้มือและแขน
  3. การแสดงออกทางสีหน้า สายตา
  4. การทรงตัว และการวางท่าทาง
  5. การใช้น้ำเสียง
  6. การแต่งกาย

ทักษะการอธิบาย

การอธิบายเป็นความจำเป็นสำหรับผู้สอน เพราะเป็นการสื่อความระหว่างผู้เรียนกับผู้สอน ให้มีความเข้าใจถูกต้องตรงกันเข้าใจสาระสำคัญได้ชัดเจนมากขึ้น อาจทำได้ 2 ทาง คือ

  1. แบบนิรนัย คือ การอธิบายโดยบอกกฎ หรือหลักการ แล้วจึงยกตัวอย่าง ขยายกฎ หรือ หลักการนั้นๆ ให้เข้าใจชัดเจนยิ่งขึ้น
  2. แบบอุปนัย คือ เป็นการยกตัวอย่าง รายละเอียดย่อยๆที่เข้ากับความรู้ และประสบการณ์ของนักเรียน

เทคนิคการอธิบาย

  1. เวลาที่ใช้ในการอธิบายไม่ควรนานเกิน 10 นาที
  2. ภาษาที่ใช้ง่ายต่อการเข้าใจ
  3. สื่อการสอน หรือตัวอย่าง น่าสนใจ
  4. ครอบคลุมใจความที่สำคัญ
  5. การอธิบายเริ่มจากเรื่องที่เข้าใจง่ายไปยาก
  6. ท่าทางในการอธิบายน่าสนใจ
  7. ใช้แนวความคิด
  8. มีการสรุปผลการอภิปรายด้วย

ทักษะการเร้าความสนใจ

การเร้าความสนใจเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่งที่จะช่วยให้การเรียนการสอนประสบผลดี เพราะจะช่วยให้ครูปรับปรุงกลวิธีการสอนให้เด็กเกิดความสนใจที่จะเรียน และติดตามกิจกรรมโดยตลอดไม่เบื่อหน่าย

ประโยชน์ของการเร้าความสนใจ

  1. ทำให้เด็กมีความพร้อมที่จะเรียนบทเรียนนั้น
  2. ทำให้เด็กมีความสนใจในบทเรียนสม่ำเสมอ
  3. ทำให้ครูมีความมั่นใจในการสอน

เทคนิคการเร้าความสนใน

  1. การใช้สีหน้า ท่าทางประกอบการสอน
  2. การใช้ถ้อยคำและน้ำเสียง
  3. การเคลื่อนไหวของครู
  4. การเน้นจุดสำคัญของเรื่อง

ทักษะการใช้คำถาม

คำถามนับเป็นสิ่งที่สำคัญในการเรียนการสอน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการศึกษาในปัจจุบันที่เน้นให้เด็กคิดเป็น แก้ปัญหาเป็น  ครูผู้ถามจะต้องเข้าใจจุดประสงค์ของการถามด้วย

ประเภทคำถาม จัดเป็น3ประเภทใหญ่

  1. คำถามที่ใช้ความคิดพื้นฐาน

1.1           คำถามที่จะได้คำตอบจากความรู้ที่เรียนมาแล้ว

1.1.1       คำถามที่ต้องการคำตอบว่าใช่หรือไม่ใช่

1.1.2       คำถามที่ต้องการคำตอบเดียว หรือประโยคสั้นๆ

1.2           คำถามที่ผู้ตอบต้องอาศัยประสาทสัมผัสของตนเอง

2.  คำถามเพื่อคิดค้น

2.1           ความเข้าใจ

2.2           การนำไปใช้

2.3           การเปรียบเทียบ

2.4           เหตุผล

2.5           สรุปหลักการ

3.   คำถามที่ขยายความคิด

3.1           การคาดคะเน  เป็นคำถามเชิงสมมติ

3.2           การวางแผน  เป็นคำถามที่ผู้ตอบเสนอความคิด

3.3           การวิจารณ์  เป็นคำถามที่ผู้ตอบพิจารณาเรื่องราว

3.4           กระประเมินค่า  เป็นคำถามที่ให้เกิดการวินิจฉัย

เทคนิคในการถามคำถาม

  1. หลังจากตั้งคำถามแล้ว ครูควรหยุด ช่วงเพื่อให้นักเรียนตอบ
  2. ควรมีการปูพื้นฐานประสบการณ์ให้เด็กบ้าง
  3. พยายามใช้ประสบการณ์การเดิมของเด็กมาช่วยให้เกิดความสัมพันธ์
  4. มีการอภิปรายเพิ่มเติม เพื่อให้ผู้เรียนตอบคำถามได้สมบรูณ์

เทคนิคการใช้คำถาม

  1. ถามด้วยความมั่นใจ
  2. ถามแบบกลมกลืน
  3. ถามโดยใช้ภาษาที่พูดเข้าใจง่าย
  4. การให้นักเรียนมีโอกาสตอบหลายคนในการสอน
  5. การเลือกคำถาม
  6. การเสริมกำลังใจ
  7. ใช้คำถามหลายๆประเภทในการสอนแต่ละครั้ง
  8. การใช้กิริยา ท่าทาง เสียงในการประกอบการสอน
  9. การใช้คำถามรุก หมายถึง การใช้คำถามต่อเนื่องอีก เพื่อให้ผู่เรียนแสดงความรู้

ทักษะการใช้อุปกรณ์การสอน

             อุปกรณ์การสอน จะช่วยให้การเรียนรู้มีความหมายมากขึ้น เพราะอุปกรณ์การสอนจะเป็นจุดรวมความสนใจ สามารถเพิ่มความเป็นรูปธรรม และความเป็นจริงต่อการเรียนรู้ได้มากขึ้น

 ประโยชน์ของอุปกรณ์การสอน

  1. กระตุ้นให้ผู้เรียนเกิดความสนใจในการเรียน
  2. ให้โอกาสแก่ผู้เรียนได้มีส่วนร่วมในกิจกรรมการเรียน
  3. ทำให้ผู้เรียนเกิดแนวคิด
  4. ทำให้ผู้เรียนเกิดทักษะในการศึกษาหาความรู้
  5. ทำให้ผู้เรียนสามารถจดจำเรื่องราวต่างๆได้นานแม่นยำ
  6. ช่วยเพิ่มพูนประสบการณ์เดิมของผู้เรียน

การเตรียมอุปกรณ์

  1. ก่อนที่จะใช้อุปกรณ์การสอน  ควรมีการวางแผนการสอน
  2. ควรมีการจัดทำอุปกรณ์การสอนที่สามารถทำได้ด้วยตนเอง
  3. ควรมีการสำรวจอุปกรณ์ที่จะนำไปใช้เสียก่อน
  4. ควรทดสอบใช้อุปกรณ์ที่เตรียมไว้เสียก่อน
  5. สำรวจจัดเตรียมห้องเรียน

ข้อควรพิจารณาในการเลือกอุปกรณ์

  1. เลือกอุปกรณ์การสอนที่เหมาะสมกับวัย
  2. อุปกรณ์ที่ใช้ประกอบการสอน ควรมีความปลอดภัย
  3. ขนาดของอุปกรณ์ควรเหมาะสม
  4. สี อุปกรณ์มี่ใช้ควรดึงดูดความสนใจของผู้เรียน
  5. ควรเลือกใช้อุปกรณ์ที่แปลก จากสิ่งที่ผู้เรียนเคยเห็นแล้ว
  6. ไม่ควรใช้อุปกรณ์ที่ชำรุด หรือเก่าเกินไป
  7. พิจารณาเลือกอุปกรณ์ในปริมาณที่พอเหมาะ
  8. เลือกอุปกรณ์การสอนที่สัมพันธ์กับบทเรียน

เทคนิคการใช้อุปกรณ์การสอน อย่างมีประสิทธิภาพ

  1. ใช้อุปกรณ์การสอนอย่างคล่องแคล่ว
  2. แสดงอุปกรณ์ให้เห็นได้ชัดทั่วทั้งห้อง
  3. ควรหาที่ตั้ง วาง แขวนอุปกรณ์ที่มีขนาดใหญ่
  4. ควรใช้ไม้ยาว และมีปลายแหลมชี้แผนภูมิ
  5. ควรนำอุปกรณ์มาว่างเรียงกันให้เป็นลำดับก่อนถึงเวลาสอน
  6. ควรเลือกใช้เครื่องมือประกอบการใช้อุปกรณ์ให้เหมาะสม
  7. ควรมีการเตรียมผู้เรียนล่วงหน้าก่อนการใช้อุปกรณ์
  8. ควรใช้อุปกรณ์ให้คุ้มค่ากับที่ได้เตรียมมา
  9. พยายามเปิดโอกาสให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมในกิจกรรม
  10. ควรคำนึงถึงความปลอดภัยในการใช้อุปกรณ์บางชนิด

ทักษะและเทคนิคการใช้กระดานดำ

  1. ครูควรทำความสะอาดกระดานดำทุกครั้งที่เข้าสอน
  2. ในการเขียนกระดานดำทุกครั้งไม่ควรเขียนทีเดียวทั้งแผ่น ควรแบ่งครึ่ง 3ส่วน หรือ 4 ส่วน
  3. ในการเขียนกระดานดำทุกครั้งต้องเขียนจากซ้ายมือไปขวามือ
  4. ชื่อเรื่องควรเขียนไว้ตรงกลางกระดานดำ
  5. ขณะเขียนต้องยืนห่างกระดานดำพอประมาณ
  6. ในการเขียนตัวหนังสือ ต้องให้เป็นเส้นตรงไม่คดเคี้ยว
  7. การอธิบายข้อความบนกระดานไม่ควรยืนบัง
  8. ถ้ามีข้อความสำคัญควรใช้ชอล์กขีดเส้นใต้
  9. ควรใช้ชอล์กสี เมื่อต้องการเน้นข้อความใดโดยเฉพาะ
  10. เขียนคำตอบของผู้เรียนลงบนกระดานดำเพื่อเสริมกำลังใจผู้เรียน
  11. การใช้เครื่องมือในการเขียนรูปทรงบนกระดานดำ
  12. เปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้มีส่วนร่วมในการใช้กระดานดำด้วย
  13. ถ้าจะขึ้นเรื่องใหม่ควรลบของเก่าให้หมดเสียก่อน
  14. การลบกระดานดำ ต้องลบให้ถูกวิธีเพื่อกันไม่ให้ชอล์กกระจายเข้าหน้าครู หรือ ผู้เรียน

ทักษะการเสริมกำลังใจ

การเสริมกำลังใจ หมายถึง การให้กำลังใจแก่ผู้เรียน เช่น การให้คำชมเชย  หรือแสดงพฤติกรรมที่ปรารถนาดีแก่ผู้เรียน ทำให้ผู้เรียนมีเจตคติที่ดีในการเรียนและมีความเชื่อมั่นในตนเอง

ประเภทของการเสริมกำลังใจ

  1. การเสริมกำลังใจที่เกิดขึ้นจากความต้องการภายในของผู้เรียน
  2. การเสริมกำลังใจภายนอก เป็นการเสริมกำลังใจที่ปรากฏควบคู่กับพฤติกรรมที่ถูกต้องตามที่ครูต้องการ

2.1           การเสริมกำลังใจโดยให้นักเรียนมีส่วนร่วมในการชมเชย

2.2           การเสริมกำลังใจโดยการให้รางวัล

2.3           การเสริมกำลังใจด้วยการให้ผู้เรียนเห็นความก้าวหน้าของตนเอง

หลักการเสริมกำลังใจ

  1. นักเรียนต้องได้รับการเสริมกำลังใจทันที เมื่อแสดงพฤติกรรมที่สอดคล้องกับการเรียนการสอน
  2. ควรเลือกการเสริมกำลังใจให้เหมาะสมกับนักเรียนแต่ละคน
  3. วิธีเสริมกำลังใจที่นำมาใช้ควรสอดคล้องกับพฤติกรรมที่ผู้เรียนแสดงออก
  4. การทำโทษนั้นโดยทั่วไปแล้วไม่ใช่การเสริมกำลังใจแต่เป็นการขจัดพฤติกรรมที่ไม่พึงปรารถนาเท่านั้น
  5. ครูควรระลึกเสมอว่า การเสริมกำลังใจบางอย่าง อาจมีผลสำหรับผู้เรียนคนหนึ่ง ในขณะเดียวกันอาจไม่มีผลกับผู้เรียนอีกคนหนึ่ง

เทคนิคการเสริมกำลังใจ

  1. เสริมกำลังใจในจังหวะที่เหมาะสม
  2. เสริมกำลังใจย้อนหลัง
  3. ไม่พูดเกินความจริง
  4. ไม่ใช้คำพูดที่จำกัดในวงแคบใช้วิธีเสริมกำลังใจหลายๆวิธี
  5. ไม่ควรเสริมกำลังใจบางประเภทบ่อยเกินไป
  6. ใช้วิธีเสริมกำลังใจต่างๆกัน และในโอกาสต่างๆกัน
  7. การเสริมกำลังใจควรเป็นไปในทางบวกมากกว่าทางลบ
  8. การเสริมกำลังใจไม่ควรมาจากครูเพียงคนเดียว
  9. เสริมกำลังใจโดยใช้คำพูดให้เหมาะสมกับวัย
  10. หาวิธีการเสริมกำลังใจให้เหมาะสมกับลักษณะของผู้เรียน

ทักษะการสรุปบทเรียน

การสรุปบทเรียนเป็นสิ่งที่ต้องทำคู่กับการสอน เหมือนการนำเข้าสู่บทเรียน และเป็นสิ่งที่ควรทำเมื่อครูสอนบทเรียนจบลงแล้ว   เพื่อนักเรียนจะได้เห็นความสัมพันธ์ระหว่างความรู้ใหม่กับความรู้เดิม

การสรุปบทเรียนนิยมทำกันใน 2 รูป แบบ

  1. การสรุปด้านเนื้อหาสาระ คือ การเชื่อมโยงความรู้ หรือเนื้อหาสาระที่สำคัญเข้าด้วยกัน เพื่อให้ผู้เรียนได้รับความรู้ เนื้อหาได้ถูกต้องสมบรูณ์
  2. การสรุปด้านความคิดเห็น คือ การทำให้เห็นแนวความคิดเกี่ยวกับการเรียนว่าได้เรียนรู้และเกิดแนวคิดอะไร เพื่อได้เป็นแนวทางในการศึกษาค้นคว้าต่อไป 

 เทคนิคการสรุปบทเรียน

ครูจะต้องรู้ว่าบทเรียนจะจบลงในลักษณะใด เพื่อจะสรุปได้ถูกต้อง หรือครูจะต้องรู้ว่าตอนใดควรจะสรุปบทเรียนเสียก่อน เพื่อให้เกิดความสัมพันธ์ต่อเนื่องกับประสบการณ์ใหม่ และครูจะสรุปบทเรียนเข้าด้วยกันอย่างไร และใช้เทคนิควิธีการใดที่จะทำให้การสรุปนั้นถูกต้องและมีประสิทธิภาพ

  1. สรุปโดยการอธิบายสั้นๆ ชัดเจน ทบทวนสาระสำคัญที่เรียนมา
  2. สรุปโดยใช้อุปกรณ์ หรือรูปภาพประกอบ
  3. สรุปโดยการสนทนาซักถาม
  4. สรุปโดยการสร้างสถานการณ์
  5. สรุปโดยนิทาน หรือยกสุภาษิต
  6. สรุปโดยการปฎิบัติ เช่น การสังเกต การสาธิต การทดลอง

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s