วิธีสอนแบบแก้ไขปัญหา  (Problem Solving Method)

 

ความหมาย

วิธีสอนแบบแก้ไขปัญหา คือ การสอนแบบแก้ปัญหาเป็นการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียน ให้เรียนรู้ตามกระบวนการ โดยเริ่มตั้งแต่มีการกำหนดปัญหา วางแผนแก้ปัญหา ตั้งสมมติฐาน เก็บรวบรวมข้อมูล พิสูจน์ข้อมูลวิเคราะห์ข้อมูลและสรุปผล ผู้สอนเป็นผู้เสนอปัญหาหรือผู้สอนและผู้เรียนจะร่วมกันกำหนดปัญหาที่มีความสำคัญ เป็นปัญหาใหม่ที่ผู้เรียนยังไม่เคยประสบมาก่อน และต้องไม่เกินทักษะทางเชาวน์ปัญญาของผู้เรียน ผู้เรียนจะเป็นผู้แก้ปัญหา หรือหาคำตอบด้วยตนเอง(ชัยรัตน์ บุมี .ม.ป.ป:87)

 

ความมุ่งหมาย

1.ฝึกทักษะการสังเกต การเก็บข้อมูล การวิเคราะห์ปัญหา และการสรุปผล

2.ฝึกการแก้ไขปัญหา เพื่อเป็นหลักในการพัฒนาเพื่อนำไปสู่การแก้ไขปัญหาที่เกิดในชีวิตจริงได้

3.ฝึกการคิด การเชื่อมโยงความรู้ เพื่อให้เกิดความเชื่อมั่นในตนเอง

 

ขั้นตอนการสอน

ขั้นตอนที่1.ขั้นกำหนดปัญหา

ผู้สอนและผู้เรียนอาจร่วมกันตั้งปัญหา ปัญหาที่นำมานั้นอาจมาจากแหล่งต่างๆ เช่น ปัญหาที่มาจากความสนใจของผู้เรียนส่วนใหญ่ ปัญหาที่มาจากบทเรียน โดยผู้สอนกำหนดขึ้นมาเองโดยพิจารณาจากบทเรียน เนื้อหาตอนใดเหมาะสมที่จะนำมาเป็นประเด็นในการตั้งปัญหาเพื่อนำไปสู่การเรียนรู้ ปัญหาที่เกี่ยวกับสังคมเป็นปัญหาที่พบเห็นกันทั่วไปในสภาพแวดล้อมของตัวผู้เรียน การหยิบยกมาเป็นปัญหาในการศึกษาย่อมจะเป็นสภาวะที่ทำให้ผู้เรียนเห็นว่ากำลังเผชิญกับปัญหาในชีวิตจริง ปัญหาที่เกิดจากประสบการณ์ของผู้เรียน ได้แก่ ปัญหากฎหมาย ปัญหาชีวิต ปัญหาสิ่งแวดล้อม

ขั้นตอนที่2.ขั้นตั้งสมมติฐาน

การตั้งสมมติฐานเป็นการคาดคะเนคำตอบของปัญหา โดยใช้ความรู้และประสบการณ์ช่วยในการคาดคะเน ขั้นตอนนี้จะเป็นขั้นตอนการใช้เหตุผลในการคิดวิเคราะห์ปัญหาและคาดคะเนคำตอบ พิจารณาแยกปัญหาใหญ่ออกเป็นปัญหาย่อย แล้วคิดอย่างเป็นระบบ ผู้เรียนจะพยายามใช้ความรู้ความเข้าใจ ประสบการณ์เดิมมาคิดแก้ปัญหา คาดคะเนคำตอบ แล้วจึงหาทางพิสูจน์ว่าคำตอบที่คิดกันขึ้นมานั้นมีความถูกต้องอย่างไร แนวทางการคิดเพื่อตั้งสมมติฐาน เช่น ปัญหานั้นน่าจะมีสาเหตุมาจากอะไร หรือวิธีการแก้ปัญหานั้นน่าจะแก้ไขได้โดยวิธีใด

ขั้นตอนที่3.ขั้นวางแผนแก้ปัญหา

ขั้นนี้จะเป็นขั้นที่มีการวางแผน หรือออกแบบวิธีการหาคำตอบจากสมมติฐานที่ได้ตั้งไว้โดยศึกษาถึงสาเหตุที่เกิดปัญหาขึ้น และใช้เหตุผลในการคิดหาวิธีการแก้ปัญหาให้ตรงกับสาเหตุ โดยหาวิธีการแก้ปัญหาหลายๆ วิธี แล้วใช้วิธีพิจารณาเลือกวิธีแก้ปัญหาวิธีที่ดีที่สุด เป็นไปได้มากที่สุด ในกรณีที่มีปัญหานั้นต้องตรวจสอบด้วยการทดลอง ก็ต้องกำหนดวิธีทดลองหรือตรวจสอบเตรียมอุปกรณ์เครื่องมือที่จะใช้ให้พร้อม

 ขั้นตอนที่4.ขั้นการเก็บและการรวบรวมข้อมูล

ขั้นการเก็บและรวบรวมข้อมูลนี้เป็นขั้นที่ผู้เรียนจะศึกาค้นคว้าความรู้จากแหล่งต่างๆ เช่น ห้องสมุด อินเทอร์เน็ต ตำราเรียน การสังเกต การทดลอง การไปทัศนศึกษา การสัมภาษณ์ผู้รู้หรือผู้เชี่ยวชาญ จากสถิติต่างๆ ในขั้นนี้ผู้เรียนจะใช้วิธีการจดบันทึกข้อมูลอย่างเป็นระบบเพื่อนำข้อมูลมาทดสอบสมมติฐาน

ขั้นตอนที่5.ขั้นวิเคราะห์ข้อมูลและทดสอบสมมติฐาน

เมื่อได้ข้อมูลที่รวบรวมมาแล้ว ผู้เรียนก็นำข้อมูลนั้นๆ มาพิจารณาว่าจะน่าเชื่อถือหรือไม่ประการใด เพื่อนำข้อมูลนั้นๆ ไปวิเคราะห์และทดสอบสมมติฐานที่ตั้งไว้ว่าเป็นไปตามที่กำหนดหรือไม่

ขั้นตอนที่6.ขั้นสรุปผล

เป็นขั้นที่นำข้อมูลมาพิจารณาแปลความหมายระหว่างสาเหตุกับผลที่เกิดขึ้น ผู้เรียนประเมินผลวิธีการแก้ปัญหาหรือตัดสินใจเลือกวิธีการที่ได้ผลดีที่สุดในการแก้ปัญหา หรือเป็นการสรุปลงไปว่าเชื่อสมมติฐานที่กำหนดไว้นั่นเง ซึ่งอาจจะสรุปในรูปของหลักการที่จะนำไปอธิบายเป็นคำตอบ หรทอวิธีแก้ปัญหา และวิธีการนำความรู้ไปใช้ อนึ่งในการสรุปผลนั้น เมื่อได้ข้อสรุปเป็นหลักการแล้ว ควรนำพิจารณาตรวจสอบอีกครั้งหนึ่งว่าน่าเชื่อถือหรือไม่

 

 

ข้อดีข้อจำกัด

ข้อดี

1.ผู้เรียนได้ฝึกการแก้ไขปัญหาด้วยตนเองอย่างมีเหตุผล ฝึกการวิเคราะห์เพื่อให้ได้มาซึ่งคำตอบที่ถูกต้อง

2.ได้ค้นคว้า วิธีการแก้ไขปัญหาจากแหล่งต่างๆ ทั้งจากบุคคล และจากหนังสือต่างๆ

3.ได้รับประโยชน์จากการทำงานนี้ และฝึกให้เราเป็นคนที่มีความรับผิดชอบ ไม่ท้อถอยต่อปัญหาที่เกิดขึ้น

4. เป็นการเรียนรู้โดยการกระทำ โดยผ่านการสัมผัสหลายด้าน

 

ข้อจำกัด

  1. ผู้เรียนต้องดำเนินการตามที่กำหนดไว้ ถ้าผิดพลาดข้อมูลจะคลาดเคลื่อน
  2. ผู้เรียนต้องมีทักษะในการเรียนจึงจะแก้ไขปัญหา และการทำงานได้ดี
  3. ถ้าใช้วิธีในการดำเนินการแก้ปัญหาไม่ดี ผลที่ออกมาก็จะไม่ดีเท่าที่ควร

 

บรรณานุกรม

สุพิน บุญชูวงศ์.(2538).หลักการสอน.กรุงเทพ: (ม.ป.ป)

อินทิรา บุณยาทร.(2542).หลักการสอน.กรุงเทพ .โปรแกรมวิชาการปฐมศึกษา คณะครุศาสตร์สถาบันราชภัฎสมเด็จเจ้าพระยา.

ชัยรัตน์ บุมี.(ม.ป.ป.).เอกสารประกอบการสอนวิชา พฤติกรรมการสอนวิชาคอมพิวเตอร์.กำแพงเพชร:โปรแกรมคอมพิวเตอร์ศึกษา คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฎกำแพงเพชร

พรรณี   ชูทัย   เจนจิต . ๒๕๓๘ . จิตวิทยาการเรียนการสอน.  พิมพ์ครั้งที่  ๔ ; กรุงเทพ , บริษัทคอมแพคท์พริ้นท์จำกัด.

สุคนธ์ สินธพานนท์. (2550). สุดยอดวิธีการสอนสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม นำไปสู่…การจัดการเรียนรู้ของครูยุคใหม่. กรุงเทพฯ : อักษรเจริญทัศน์.

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s